Activity ฟอรั่ม เรื่องน่ารู้สู่ความปลอดภัย ไม่นั่งคาร์ซีทอันตรายกว่าที่คุณคิด

1 เสียง
0 ข้อความตอบกลับ
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #512
    Csip Elearningadmin
    Keymaster

      สัญชาตญาณความเป็นพ่อเป็นแม่มักดูแลลูกน้อยให้อยู่ภายในอ้อมกอด คู่ไปกับการสอดส่องด้วยสายตาเพื่อไม่ให้ภัยอันตรายใดๆ มาแพ้วพานแม้ปลายเล็บ แต่ใครจะรู้หรือไม่ว่าในอ้อมกอดแห่งความหวังดีนั้น กลับมีอันตรายที่คาดไม่ถึงและรุนแรงจนทำให้เป็นอ้อมกอดแห่งมรณะ ตรงนี้หมายถึง “การกอดลูก อุ้มลูก ให้ลูกนั่งตักบนรถยนต์”

      จึงเป็นที่มาของโครงการ “รักลูก..ให้ปลอดภัย..เมื่อใช้รถ” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ร่วมกับ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดแถลงข่าวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

       

      นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี เผยว่า จากการสำรวจพบว่าอุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุอันดับ 2 ของการเสียชีวิตในเด็ก รองจากการจมน้ำ โดยสถิติในปี พ.ศ.2554 พบมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทั้งประเทศได้รับอุบัติเหตุจากการโดยสารรถยนต์ทุกประเภทรวม 1,827 ราย เสียชีวิต 614 ราย ขณะสถิติปี พ.ศ.2555 พบเฉพาะเทศกาลสงกรานต์มีการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 28 ราย คิดเป็น 8.8% แบ่งเป็นอุบัติเหตุจากรถยนต์ 13 ราย คิดเป็น 46% ที่เหลือเป็นการเสียชีวิตจากรถมอเตอร์ไซค์

      “เด็กที่เสียชีวิตทั้งหมดนั้น สาเหตุเกิดจากไม่ได้ใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือคาร์ซีท 100% ซึ่งจากการศึกษาพบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี ไม่สามารถใช้เข็มขัดนิรภัยที่มากับตัวรถได้ เพราะไม่สมดุลกับสรีระร่างกาย อย่างสายเข็มขัดเมื่อคาดแล้วจะไปอยู่บริเวณคอและช่องท้อง จึงอันตรายหากประสบเหตุ ฉะนั้นการใช้คาร์ซีทจึงมีความจำเป็นมาก”

      การรณรงค์ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ผล ยืนยันได้จากการสำรวจพบว่าทั้งประเทศมีผู้ปกครองใช้คาร์ซีทไม่ถึง 1% เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงอันตราย รวมถึงคาร์ซีทยังมีราคาแพง เนื่องจากนำเข้าจากต่างประเทศและถูกจัดเป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย จึงมีภาษีนำเข้า 30% ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเราได้ผลักดันให้สินค้าดังกล่าวเป็นกลุ่มสินค้ากลุ่มความปลอดภัยและให้ลดภาษีเหลือ 5% แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับผลตอบรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม

      ที่มา: เว็บไซต์มติชน

      การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์เกิดขึ้นอย่างไร และจะป้องกันได้อย่างไร

      ขณะที่เกิดการชนกันของยานพาหนะด้วยกันเอง, ต้นไม้, เสาไฟฟ้าข้างทาง หรือแม้กระทั่งสิ่งกิ่งขวางอื่นๆ รถยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็ว เมื่อมีการชนเกิดขึ้น ความเร็วจะลดลงในทันทีแต่ผู้โดยสารที่อยู่ในรถนั้นยังคงมีความเร็วเท่าเดิม จึงเกิดการกระแทกกับตัวรถ กระจก หรือกระเด็นออกมานอกห้องโดยสารทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้

      นั่นคือเหตุผลที่เราต้องคาด เข็มขัดนิรภัย (seatbelt) เพราะเข็มขัดนิรภัยนั้นจะทำหน้าที่ยึดตัวผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารให้ติดกับที่นั่ง ทำให้ส่วนของร่างกายไม่ไปกระแทกกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าซึ่งจะสามารถลดการบาดเจ็บที่รุนแรงและเสียชีวิตได้อย่างน้อยร้อยละ 50 รวมทั้งการมีถุงลมนิรภัย (air bag) ก็ช่วยเสริมความปลอดภัยได้มากขึ้นอีก แต่เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ออกแบบมาพอดีสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ใช่สำหรับเด็ก เพราะเข็มขัดนิรภัยจะต้องพาดจากไหล่ ผ่านทรวงอก มาที่บริเวณกระดูกเชิงกรานของผู้ใหญ่ สำหรับเด็กซึ่งมีขนาดร่างกายที่เล็กกว่า เข็มขัดนิรภัยจึงไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่สามารถยึดเด็กไว้กับที่นั่งได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กต้องเสี่ยงอันตรายในขณะที่โดยสารในรถยนต์ การป้องกันการบาดเจ็บจากการโดยสารในรถยนต์ของเด็ก จึงต้องใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะนั่นคือ ที่นั่งสำหรับเด็ก หรือที่เรียกกันว่า child car seat ซึ่งมาพร้อมกับระบบเข็มขัดที่ยึดติดกับที่นั่ง อันเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่สามารถลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตในเด็กได้อย่างน้อยร้อยละ 50-70 เลยทีเดียว โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย เยอรมัน และประเทศในโซนยุโรปอื่น ๆ จึงได้มีคำแนะนำและมีกฎหมายบังคับให้ใช้ car seat สำหรับเด็กมาที่ใช้มานานนับสิบปี

      อย่างไรก็ตามสำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่มีข้อกฎหมายบังคับใช้ในเรื่องนี้ เพราะอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพัฒนาขึ้นแต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุบัติเหตุที่เกิดในเด็ก แนะนำให้พ่อแม่ และผู้ปกครองใช้ ดังนั้นไม่ควรมองข้ามความสำคัญในเรื่องนี้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีกฎหมายออกมาก่อน

      แชร์หน้านี้
      •  
      •  
      •  
      •  
      •  

    คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้

    Recently Active Members

    Profile picture of Pratana Chomsahai
    Profile picture of ศักดิ์ชาย พิรุณทอง
    Profile picture of นางสาวสุนิสา นักคุ่ย
    Profile picture of Areefa Salaeh
    Profile picture of Stevetibia Stevetibia
    Profile picture of Surawut Sopapradit
    Profile picture of admin
    Profile picture of อภิชาติ มหิงสพันธุ์
    Profile picture of อรรถพร จินดารัตน์
    Profile picture of สุกัญญา ราชศรีเมือง
    Profile picture of kanittha katanyutaporn
    Profile picture of kriangsak susakha
    Profile picture of Rattanyoo Apichonpongsakorn
    Profile picture of Suyanta Apishat
    Profile picture of นาย พุฒินันท์ อินคาคร
    Profile picture of นางสาวปวีณา รุ่งเรือง
    Profile picture of เด็กไทย ลำปาง
    Profile picture of สุภาวดี อินทร์โท
    Profile picture of เด็กหญิงกมลชนก ศรีระอุดม
    Profile picture of นางสุนันท์ ขัดเงางาม
    Profile picture of Anchalee Wattanawanyou
    Profile picture of วิมล น้อมคะนึง
    Profile picture of สุวิมล สวนยิ้ม
    Profile picture of ปนัดดา รัตนมณี
    Profile picture of ดารณี ฉายปรีชา
    Profile picture of เตือนจิต บุญชูวงค์
    Profile picture of นภัสวรรณ แก้วโพนงาม
    Profile picture of kaewlek swangsrisuthikul
    Profile picture of Kitipong Changchu
    Profile picture of Pornchanok Glingosoom

    Who’s Online

    There are no users currently online

    CSIP eLearning เรียนรู้เรื่องความปลอดภัยในเด็ก 
    ©2018 ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี